Connect with us

Uncategorized

คำรณ หว่างหวังศรี อดีตนักข่าวและพิธีกร

Advertisement

เชื่อหลายๆ คนคงจะคุ้นกับวลีคำกล่าวที่ว่า “นะจะบอกให้” ซึ่งคงไม่มีใครไม่รู้จัก “คำรณ หว่างหวังศรี” อดีตนักข่าวและพิธีกรชื่อดัง ช่อง 7 สี

โด่งดังเงินทองไหลมาเทมา ชี้นิ้วซื้อบ้านรถตรงไหนก็ได้ คำรณ หว่างหวังศรีพิธีกรดัง นักร้อง เจ้าของสโลแกน “นะจะบอกให้”

ขวัญใจชาวบ้านกว่า 30 ปี มีชื่อเสียงมากๆ โด่งดัง มาพร้อมเงินทอง สามารถชี้นิ้วซื้อบ้าน ซื้อรถ อยากได้ตรงไหนก็ได้ เรียกว่า ชี้บ้านได้บ้าน

Advertisement

ชี้รถได้รถ ซื้อเลย ซื้อไว้เพียบเลบ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว แต่ชีวิตปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นต้องเช่าบ้านอยู่ ส่วนเงินนั้นใช้เงินสำรอง

และเป็นเงินก้อนสุดท้ายแล้วเพราะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป คิดว่าการที่เรามีเงินเดือนอะไรๆ ก็ดูสบายไปซะทุกอย่างพอยุคเปลี่ยนไป

จากอะนาล็อกเป็นดิจิตอลเราก็ต้องมามีแต่โฆษณาเงินมันก็เลยเปลี่ยนไปไป ในตอนนั้นที่เป็นอะนาล็อกโฆษณาในรายการที่

Advertisement

ทำราคาแพงกว่าละครพอวันหนึ่งมาเปิดกิจการเองเพราะเราเองไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรแต่ว่าเงินเข้าเงินออกก็เข้ามาขนาดไหน

ออกไปมากกว่านั้นอีกแต่ทุกวันนี้กิจการก็ยังคงทำอยู่ครับส่วนรายการก็ยังคงทำป้อนช่อง 3 ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากช่อง 7 นั้น

เป็นเพราะเป็นยุคสมัยมันเปลี่ยนและก็เปลี่ยนผู้บริหารคนเก่าออกคนใหม่เข้ามาแทนผู้บริการหารคนเก่าก็อาจจะพอใจเราบ้างแต่พอผู้บริหารคนใหม่

Advertisement

มาเค้าอาจจะมองเราว่าเราล้าสมัยดูเก่าไปเราก็ต้องออกไปหาที่ใหม่ตอนนั้นสุขสบายอยู่นะแต่พอดิจิตอลมันเข้ามาแทนที่เท่านั้นแหละเค้าก็แบกรับกันไม่ไหว

เค้าก็ให้เราไปเป็นค่าโฆษณา แล้วเราหาโฆษณาไม่ค่อยจะได้จนมันก็เข้าเนื้อเราตลอด ถามว่าทำไมถึงไม่หยุดทำรายการทีวีเราก็ต้องคอยปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับการทำทีวียุคใหม่ด้วย

ล่าสุด “คำรณ หว่างหวังศรี” นักข่าวชาวบ้าน ภาคสนามชื่อดัง กับสโลแกน (นะจะบอกให้) ยังต้องทิ้งอุดมการณ์ที่ว่า ไม่มีวันที่ผมจะไปหาผลประโยชน์ หรือเอาเงินชาวบ้านเด็ดขาด

จะอยู่กับอาชีพสื่อ “หลายคนเจอผม มักจะถามผมว่า “คุณคำรณ” ไม่คิดจะทำอะไรที่เป็นกิจการของคุณเองบ้างเหรอ คำพูดนี้ ผมได้ยินมาตั้งแต่ 30 ปีก่อน ผมบอกไปว่า

ผมไม่เคยมองเชิงการค้า ไม่เคยคิดว่าจะไปเอาเงินชาวบ้าน ผมมองชีวิตผู้คน ได้อยู่กับชาวบ้านไม่ต้องการอะไร ความสุขของผม คือ การทำให้ชาวบ้านมีความสุข

มีเสียงหัวเราะ ผมต้องการแค่นี้ ผมคิดว่าเราอยู่กับการทำสื่อแบบนี้ไปจนจากกัน แต่วันนี้เป็นแค่ความคิดเราต้องอยู่บนความเป็นจริง ยังต้องกิน ต้องใช้” คำรณกล่าว

Advertisement

error: Content is protected !!