Connect with us

Uncategorized

ชีวิต เต่า เชิญยิ้ม ผันตัวเป็นพ่อค้า

Advertisement

ในยุคหนึ่ง ชื่อของ ‘เต่า เชิญยิ้ม’ ถือเป็นชื่อที่คนในแวดวงตลกรู้จักกันดี แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป ชื่อของ ‘เต่า’ ก็หายไปกับกาลเวลา ซึ่งรายการดังก็ได้ไปพบเจอกับ เต่า เชิญยิ้ม เมื่อหลายปีก่อน

และชีวิตที่ยิ้มได้ แม้ในวันที่ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ‘เต่า เชิญยิ้ม’ เผยว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนยังทำงานประจำที่เอ็กแซกท์ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ตนหายจากหน้าจอโทรทัศน์ไปนาน ซึ่งตนก็ยอมรับว่าเหงา

แต่ที่ตนมีภรรยาที่ดี เขาทำงานรับจ้างเย็บผ้า และทำงานขายไก่ทอด ข้าวขาหมู ลาบ น้ำตก ขนมหวาน โจ๊ก โดยที่เปิดขายหน้าบ้าน ให้ลูกค้าสั่งทางไลน์ ซึ่งตนก็เป็นคนไปส่ง

Advertisement

“ตอนนั้นแจ็ค เชิญยิ้ม เขามาสัมภาษณ์ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายบ้านมาใหม่ ๆ จัดของ จัดอะไรไม่เรียบร้อย ผมก็แต่งตัวเซอร์ ๆ นอนเตียงทหาร ภาพมันก็หลุดออกไป แต่ก็มีบ้านนะ ผมก็จัดฉากขำ ๆ

คนอื่นไม่ขำด้วย ทีนี้ก็เลยเป็น ตลกตกอับ เต่า เชิญยิ้ม แต่หลังจากวันนั้นงานเข้าเพียบเลย คนรอบตัวเขารู้ว่าเราเป็นยังไง รู้ครับ คนแถวบ้านจะรู้ว่าก็ไม่ได้ลำบากอะไร”

เมื่อถามว่า ‘เต่า’ ใจหายหรือเปล่า ที่ตอนนี้ไม่มีงาน เจ้าตัวเผยว่า ตนยอมรับว่าใจหาย เคยคิดอยากจะบวช แต่ก็คิดว่าแล้วใครจะอยู่กับลูก ตอนนั้นเราคิดว่า ลูกคนเล็กยังเรียนไม่จบเลย ใครจะส่งเสียลูก

Advertisement

แต่เมื่อลูกเรียนจบแล้ว แฟนเองก็มีงานแล้ว เราเองก็ไม่เครียด ถามว่าน้อยใจไหมที่ไม่มีงาน ตนเองไม่น้อยใจ ถ้าเก่งจริงเขาก็เรียกล้านเปอร์เซ็นต์ เราไม่อยากหาย แต่ถ้าหายไปก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

“พอหมดกับซิตคอมยุบ ก็ไม่ได้เห็นหน้าบนจอ มีรับเชิญ แต่น้อยมาก คนก็เลยคิดว่าตกอับ เมื่อก่อนก็รับเชิญไปช่องนั้นช่องนี้ เดี๋ยวนี้ตลกรุ่นใหม่เยอะ ทีนี้เขาก็มองว่าเราหาย ผมไม่ออกทีวีเลยช่วงหลัง

เวลาที่เราไม่ออกทีวีเราทำอะไร เขาก็ขายของทุกอย่าง ก็ขายรถมือสองอยู่แล้ว ขายมา 20 กว่าปีแล้ว จะมีช่วงที่เครียดหนัก ก็คือกลัวส่งลูกเรียนไม่จบ เพราะลูกสอบติดการบินใช้เงินเยอะ

Advertisement

ต้องช่วยกันสองคนกับภรรยา และน้องสาวของภรรยาก็ช่วยด้วย ขายของกิน กาแฟสดบ้าง ไก่ทอดบ้าง ขายลาบ ขายโจ๊กบ้าง พยายามขายอะไรที่มันจะขายได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ ‘เต่า เชิญยิ้ม’ บอกว่า ยังคงรับงานแสดงตลกหากมีผู้ว่าจ้าง รวมถึงรับตัดผม ช่วยภรรยาขายไก่ทอด ควบคู่กัน ซึ่งตอนนี้ลูกชายคนโตเรียนจบแล้ว จึงเป็น อีกแรงสำคัญในการแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัว

“ส่วนความรักกับภรรยา รักกันมา 30 ปีแล้ว ซึ่งเราก็แอบชอบเขามาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เขาเรียน ม.3 บ้านตรงข้ามกันเลย ที่มองเขาเป็นคนขยัน ช่วยพ่อ แม่ทำงาน

น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ก็คือคุยกันทุกวัน ทีนี้ผมทำงานด้วย มีรถ ให้เขาเห็นว่าเราขยันทำมาหากิน คือผมชวนไปกินข้าวทุกวันประมาณ 4 โมงเย็น ก็สนิทกันทั้งบ้าน ก็ขอพ่อเขา

4 โมงเย็นไป 5 โมงเย็นกลับ กินมาเป็นปี แต่ไม่ได้กินทุกวันนะ แล้ววันนั้นอยู่ ๆ คบกันไปพอเขาท้องเราก็โทรไปบอกแม่เขาว่าเดี๋ยวไปขอขมา แล้วจากนั้นก็อยู่ด้วยกันเลย”

Advertisement

error: Content is protected !!