Connect with us

Uncategorized

บ้านกลางป่า ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ

Advertisement

เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้ใจบุญ ‘ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ’ เนรมิตบ้านไม้สักราคาแพงบนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ของตัวเอง ให้กลายเป็นโรงทานเพื่อแจกอาหารและเครื่องใช้ ให้แก่เด็กนักเรียน

และชาวบ้านระแวกใกล้เคียง พร้อมทั้งทำการแจกรองเท้าแตะและไฟฉายให้เด็กนักเรียนนำกลับไปฝากครอบครัว ‘ป้าจิ๊’ ยังบอกอีกว่าเรือนหลังนี้เป็นที่นอนตอนกลางคืน ตอนกลางวันหน้าเรือน

กลายเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมู ขนมเค้ก น้ำลำไย ข้าวต้มน้ำวุ้น เลี้ยงเด็กนักเรียน คนสวน และชาวบ้านแบบไม่อั้น จนคนสวนที่ยืนตรงคิวบอกว่าก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูไม่ต้องปรุงแล้วอร่อยอยู่แล้ว

Advertisement

และหลังจากที่ ป้าจิ๊ แจกก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูเสร็จ ยังแจกของใช้ที่เก็บสะสมมานาน คือ รองเท้าแตะ และไฟฉาย ให้กับคนสวนและชาวบ้าน โอ๊ยป้าแจกจ่ายความสุขได้สุขใจมาก

แค่นี้ไม่พอ ‘ป้าจิ๊’ แจกต่อมอบรองเท้าให้กับเด็กนักเรียนที่มากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูอิ่มแล้ว เอารองเท้าไปฝากพ่อแม่เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้านในทุกเดือน นอกจากนี้เจ้าของบ้านผู้ใจบุญ

ยังนิมนต์พระมาที่บ้าน ให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสใกล้ธรรมะมากขึ้นด้วย บ้านเรือนไทยของ ‘ป้าจิ๊’ ในวันนี้ แม้จะเงียบสงบร่มเย็นแต่ก็อบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน จากน้ำใจไมตรีที่ดีงามระหว่างเจ้าของบ้าน

Advertisement

และผู้มาเยือน เด็ก ๆ ที่เคยได้รับของจาก ‘ป้าจิ๊’ หลายครั้งก็นำของจากที่บ้านตัวเองมามอบให้ป้า ซึ่ง ‘ป้าจิ๊’ ก็จะนำไปทำบุญต่ออีกทอดเพื่อเป็นกุศลแก่เด็ก ๆ เอง เป็นภาพที่ดูแล้วปลื้มปริ่มและอิ่มเอมใจไปด้วย

เป็นอีกหนึ่งดาราอาวุโสที่มากฝีมือแล้วยังใจบุญอีกด้วย ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชื่อของ ‘ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ’ จะเป็นที่รู้จักในฐานะดารามากฝีมือ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

‘ป้าจิ๊’ ยังถือเป็นดาราต้นแบบในด้านสุขภาพ และการดำเนินชีวิต ที่ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การออกกำลังกาย และการดำเนินชีวิตโดยอยู่กับธรรมชาติ บวกกับการใช้ธรรมะเข้าช่วยขัดเกลา

Advertisement

จิตใจนั้น นอกจากจะช่วยให้จิตใจผ่องใสเป็นสุขแล้ว ยังช่วยคงความอ่อนเยาว์กว่าวัยได้เสมอ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากภายในจิตใจที่เป็นสุขนั่นเอง ซึ่ง ‘ป้าจิ๊’ ได้ดำเนินชีวิตแบบเดียวกันนี้มาอย่างสม่ำเสมอ และยาวนาน

ทั้งในบทบาทของครูสอนโยคะ และเป็นผู้เผยแพร่ธรรมะในทุกครั้งที่มีโอกาส จนปัจจุบันมีอายุล่วงเลยเกือบ 70 ปีแล้ว ก็ยังคงทำแบบเดิมไม่เปลื่ยน “เราต้องให้โจทย์กับตัวเราเองก่อนว่า เราต้องการเป็นคนอย่างไร

เราต้องการให้ตัวเองไม่เป็นภาระใคร ต้องการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ต้องการให้ทุกก้าวย่างของเราเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ ด้วย ช่วยเหลือใครได้ ช่วยเหลือทันที

ทำอะไรได้ รีบทำทันที เพราะฉะนั้นสุขภาพเราก็ต้องดีด้วย ชีวิตประจำวัน พอตื่นมา ถ้าอยู่ที่บ้านสวนก็จะปั่นจักรยาน เพื่อนบางคนบอกว่าไม่เบื่อหรือปั่นอยู่กับที่ ก็ตอบว่า ไม่ ๆ ไม่ได้ปั่นแบบนั้น

ปั่นแบบเคลื่อนไหว ปั่นรอบหมู่บ้าน โยคะก็ยังสอนอยู่นะคะ แต่ไม่ได้ทำธุรกิจอีกต่อไปแล้ว พอมีเวลาว่าง เราก็ไปวัด มีชาวบ้านที่อยากมีสุขภาพดี เราเลยไปสอนให้ คนที่มาเรียนกับเรา มีทั้งชาวนา

คนก่อสร้าง เป็นคนที่ต้องการมีสุขภาพที่ดี ถ้าเราทำได้ก็อยากจะรีบทำ ที่บ้านสวน หมู่บ้านจะอยู่เลย อ.นครไชยศรี จ.นครปฐมไปหน่อย สุขภาพจะดี เพราะเราได้อากาศที่บริสุทธิ์ ไม่มีรถ เราก็ปั่นอย่างเอาจริงเอาจัง”

Advertisement

error: Content is protected !!