Connect with us

Uncategorized

บ้านไม้หลังเก่า เข้ม หัสวีร์

Advertisement

เป็นอีกหนึ่งพระเอกดาวรุ่งมาแร่ง ที่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและชื่นชอบเป็นย่างมาก สำหรับพระเอกหนุ่มเข้ม หัสวีร์ 7 ปีที่ไม่ได้คุยกับแม่

แต่วันนี้แม่คือทุกสิ่งในชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่ละครเรื่อง เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ ออกฉายทางช่อง 7HD กระแสพุ่งแรงจนติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์ทั้งอันดับ 1 และ 2 ของประเทศ

ในยุคที่ละครวายกำลังครองเมือง นี่คือการพิสูจน์ฝีมือคู่พระนางเคมีดี ‘เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล’ และ ‘มุกดา นรินทร์รักษ์’เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์เข้มครั้งแรก

Advertisement

เพิ่งรู้ว่าเขาเคยเป็นเด็กเกเรมีเรื่องต่อยตี ไม่ยอมคุยกับแม่อยู่หลายปี จนถึงวันที่ชีวิตเจอจุดเปลี่ยน ซึ่งวันนี้เข้มพูดได้เต็มปากว่า ครอบครัวสำคัญที่สุด ผมทำงานหนัก

พอมีเวลาก็อยู่กับตัวเอง อยู่บ้านนอนเปื่อย หยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น ส่วนเวลาอยู่ที่กองถ่าย พอถึงช่วงเบรก ผมจะนั่งเงียบๆ ที่จริงเหมือนฝึกทำสมาธิ ทบทวน อ่านบท ส่วนเรื่องติสท์

ตอนแรกไม่รู้หรอกว่าตัวเองติสท์ จนกระทั่งเพื่อนในวงการบอก เพราะนิสัยผมคือ อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ ต่อให้ใครมาบังคับก็ไม่ทำ แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมไม่ตามใจตัวเองอย่างนี้นะ

Advertisement

ผมจะให้ความสำคัญกับการทำงานมาก ไม่ยอมให้ใครเสียเวลากับเราเด็ดขาด ขอย้อนกลับไปสมัยก่อนเข้าวงการบันเทิง ทราบมาว่า เป็นเด็กเกเร “ครบหมดเลย สมัยเด็กผมเติบโตที่บึงกาฬ

ทะเลาะก็มี หาเรื่องใส่ตัวบ่อย ตอนเด็กพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน และแม่ก็ไปอยู่ต่างประเทศ ผมอาศัยอยู่กับตายายและพี่สาว รู้สึกว่า ต้องตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง

บวกกับเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเพื่อนเกเรด้วย ไม่มีใครห้ามใคร รักเพื่อน เพื่อนว่ายังไงก็ว่าตามนั้น เช่น เวลาเพื่อนมีเรื่องกับคนอื่นๆ หรือถ้าคนอื่นมาหาเรื่องเพื่อน

Advertisement

ผมจะไปเป็นตัวเปิด ตาก็เคยเตือนไว้ว่า ถ้ามีเรื่องจะไม่ช่วยนะ ส่วนเรื่องเรียนก็แย่มากคือติด 0 ติด ร. ยายเคยเห็นเกรดแล้วเป็นลมเลย ตอนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพและเรียนปวช.ไปด้วย

ตอนนั้นอายุ 18 ปี ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ขอเงินที่บ้าน ก็มาเป็นช่างเชื่อมเหล็กให้กับบริษัทผลิตป้ายปริ้นท์ตามถนน ทำไม่ถึงปี ชีวิตดิ่งก่อน ผมจำได้ว่ามันเป็นวันที่เลวร้ายนะ

ทำงานหนักจนไม่ได้กินข้าวติดกันหลายวันจนมีปัญหาสุขภาพ ร่างกายไม่ไหว ภาพต่างๆ ในวัยเด็กย้อนมา ภาพที่เคยอยู่กับพ่อแม่ เราอยู่บ้าน มีอาหารรอเราอยู่

พอนึกถึงภาพนั้นผมก็ตัดสินใจโทรคุยกับคุณแม่ เพราะก่อนหน้านั้น ตอนที่เราแยกทางกันสมัยผมยังเด็ก ผมตัดสินใจไม่คุยกับแม่เลยประมาณ 7 ปี

แต่สุดท้ายความอบอุ่นตรงนั้นก็มาสะกิดให้ผมเปลี่ยนระบบความคิดใหม่ ต้องหันกลับมาสนใจครอบครัว ก็ตัดสินใจโทรหาคุณแม่ให้แม่กลับมาอยู่เมืองไทย

จนตอนนี้ก็ได้เริ่มชีวิตใหม่ ขอดูแลแม่และอยู่กับครอบครัว ทุ่มเททำงานทุกอย่างเพื่อดูแลแม่และครอบครัวให้ดี เรียกว่าทั้งน่ารักและเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ ค่า

Advertisement

error: Content is protected !!