Connect with us

Uncategorized

ปัจจุบัน แหม่ม อลิษา

Advertisement

อดีตนางเอกสาว ‘แหม่ม อลิษา ขจรไชยกุล’ ที่ห่างหายไปจากวงการบันเทิงนานหลายปี ปัจจุบันผันตัวออกจากวงการ และมาเปิดขายอาหารตามสั่งใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

เพื่อต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย หลังเผชิญหน้ากับรสุมชีวิตอย่างหนัก ธุรกิจส่งออกสินค้าแฮนเมดขาดทุนยับ กลายเป็นหนี้กว่า 10 ล้านบาท ทำให้ทรัพย์สินเงินทองแทบไม่เหลือ

ซ้ำยังมีอาการหลายอย่างรุมเร้าก่อนผันตัวมาเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่ง หวังหล่อเลี้ยงชีวิตช่วงบั้นปลาย และต้องฝ่ามรสุมชีวิตทั้งเรื่องสุขภาพ ทำให้งานในวงการลดน้อยลง

Advertisement

ล่าสุดเจ้าตัวก็ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอีกครั้ง หลังจากธุรกิจส่วนตัวไม่เป็นตามคาดหวัง และกลายเป็นหนี้ท่วมหัว ทำให้เกิดภาวะเครียดจัด ประกอบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น

ทำให้รู้สึกเครียดมากขึ้น ต้องกินยาลดความอ้วนอย่างหนัก แต่ก็ไม่ดีขึ้น ในที่สุดกลายเป็นคนจิตตกทำให้ต้องปลีกตัว หายหน้าหายตาออกจากวงการบันเทิงไปอย่างถาวร

“ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่ก็มีช่วงนึงที่ขายดีจนต้องจ้างลูกน้อง แต่รอบนี้สู้ไม่ไหวเพราะค่าใช้จ่ายสูง ในสภาวะแบบนี้ยอดรายรับกับรายจ่ายไม่เท่ากัน เพราะส่วนตัวก็ยังมีภาระ

Advertisement

ตอนนี้ภาระใหญ่คือผ่อนรถ ถ้าไม่ต้องผ่อนรถสามารถหยุดขายได้เลย แล้วค่อย ๆ คิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไร เพราะก็แพลนไว้ว่าจะเอารถไปปรับเบาะและเปิดท้ายขายแบบญี่ปุ่น

หาตลาดนัดลง แต่พอยังมีภาระ บวกกับค่าร้านอีกเดือนละ 2 หมื่นถึง 3 หมื่นบาท และช่วงที่ลำบากหนัก ๆ เราไม่มีละครซัพพอร์ต เนื่องด้วยเราอ้วน และหลายๆอย่าง แต่ไม่โทษใคร

โทษตัวเอง แต่ถ้าไม่คิดมากเราก็โอเค จะบทแม่หรืออะไรก็ได้ วัดกันที่ฝีมือ เริ่มมีงานละคร แต่ไม่ได้เยอะตอน แต่ก็ทำให้หมุนไปได้แต่ละเดือน แต่ทุกการช่วยเหลือไม่ว่าใคร

Advertisement

ถึงเวลาเราคืนหมด แต่ตอนนี้มันตึง แต่ความเครียดมันเบาลง ลดลง แต่ก็ยังมีความกังวล ถ้ายิ่งทำแล้วยิ่งเป็นหนี้ ก็ยิ่งไม่มีความสุข เพราะเราไม่รู้ว่าไปร้านใหม่แล้วดีไหม

แต่อีกมุมเป็นที่ของเรา จะได้ทำเต็มที่ ลองสู้ดู เราเป็นผู้เช่าโดยไม่ต้องผ่านใคร เจอเจ้าของห้องโดยตรง ราคาไม่สูงมาก ถ้าตรงนั้นจะไม่รอด คือเราไม่ไหว เราเลิก

ก็ลองวัดกันอีกสักรอบ ถ้าอีกทีก็ไปต่างจังหวัดแล้ว ต้องสู้ต่อ เราไปเริ่มต้นใหม่ ให้กำลังใจตัวเองว่าให้กัดฟันสู้กันต่อไป คิดว่าอีกเฮือกแล้วทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป

คือช่วงตั้งแต่ฟองสบู่แตก ธนาคารยึดบ้าน ยึดอาคารพาณิชย์ เพราะเราทำธุรกิจกิ๊ฟช้อป เราก็ต้องยอมทุกอย่างเพื่อปลดหนี้ แต่กว่ามันจะปลดได้มันทบไปเรื่อย ๆ จนเรามีความรู้สึกว่ามันสิ้นหวัง

ทุกวันนี้หนี้ 20 ล้าน หมดแล้ว คือไม่ว่าอะไรคือยอมที่จะเหลือแต่ตัว บ้านไม่มีอยู่ไม่เป็นไร แต่ให้หนี้มันหมด ทรัพย์สินทั้งหมดขายทอดตลาดและชดใช้ไป

ด้วยงานที่น้อยลงจากสภาพร่างกายเรา แล้วพี่มีความรู้สึกว่าเราต้องช่วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ค้าขายมันคือสายเลือดเรา เราก็มองว่าเราชอบอะไรเราก็ทำแบบนั้น”

Advertisement

error: Content is protected !!