Connect with us

Uncategorized

พิศณุ นิลกลัด อดีตพิธีกรในวัย 68 ปี

Advertisement

ผู้คนจำนวนมากคงจะจำหน้ากันได้ดีสำหรับผู้ประกาศข่าว อย่าง “พิศนุ นิลกลัด” ที่เรารู้กจักกันในอดีตผู้ดำเนินรายการข่ๅวช่องเจ็ด ในรายการสะเก็ดข่าว



เสียงที่คุ้นกันดี และก็รายการที่รู้จักกันดีอย่าง รายการฟ้ามีตา ภายหลังที่ซบอกช่อง 7 มานาน อ่านข่ๅวกีฬา ข่าวสังคม พิศนุ นิลกลัด



ก็ได้ย้ายมาอยู่กับทางโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อปี พ.ศ 2556 แล้วก็ทำรายการประจำชื่อ รายการ ข่าวนอกลู่ ชื่อก่อนที่จะได้เข้ามาอยู่ในวงการผู้ประกาศข่าวนั่น

Advertisement



พิศนุเกิดที่จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งได้เรียนจบในชั้นระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้วย



ได้เข้าสู่วงการสื่อมวลชนจากการเป็นคอลัม และนักข่าวหนังสือพิมพ์กีฬา และได้เข้ามาร่วมงานกับช่อง 7 และได้ย้ายมาร่วมงานกับทางช่อง 3



Advertisement

ในปัจจุบัน ทำรายการประจำ ข่ๅวนอกลู่ และนอกจากบทบาทพิธีกร ผู้ประกาศข่ๅวแล้ว หลายคนอาจไม่รู้ พิศนุ เป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท สปอร์ต ทิปส์ จำกัด



และบริษัทสามารถหาได้ 80 ล.และมาถึง 100 ล.เลยทีเดียว คู่สัญญาออมสิน 4 ปี 30 ล้าน ซึ่งนี้มาจากผู้ถือหุ้นหนึ่งในนั้นก็คือ พิศนุ นิลกลัด



เขาถือหุ้นอยู่ถึง 30% หรือประมาณ 30,000 หุ้น นอกนั้น เขายังมีนำเที่ยวชื่อว่า ดรีม แวคเคชั่น อีกด้วย แต่เขาสร้างบ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆเมื่อเทียบกับที่มี

Advertisement



ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่อย่างสมถะ จำวันที่ตัดสินใจลาออกได้ไหมรู้สึกอย่างไร ดีใจหรือว่าตรงกันข้าม รู้สึกใจหายเหมือนกันครับ เพราะผมทำงานที่ช่อง 7 มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531



ก็คิดอยู่นานมาตัดสินใจจริงๆ2-3 เดือน หลังจากจบกีฬาโอลิมปิกก็คิดและบอกตัวเองว่าเราต้องย้าย และสิ่งที่ผมตั้งใจก็คือ ไม่ว่าใครถามว่าทำไมต้องย้าย



ผมก็ไม่อยากจะพูดเพราะอย่างที่บอกผมอยู่ช่อง 7 มานานมาก คือใจก็คิดอยากจะมองไปข้างหน้าอย่างเดียว ข้างหลังก็ปล่อยให้มันเป็นความทรงจำ



แต่ที่คิดถึงมากที่สุดในการลาออกครั้งนี้ก็คือ พนักงานในบริษัท ซึ่งเขาฝากชีวิตไว้กับเราว่าเขาจะต้องมีความมั่นคง และปลอดภัยอยู่อย่างเดียว เป็นเรื่องนี้ล้วนๆ



ไม่มีเรื่องที่คิดว่าจะลาออกมาเพื่อส่วนตัวเลย เพราะผมมีลูกอยู่คนเดียวเขาก็โตอายุ 35 ปีแล้ว มีภรรยาคนเดียว มันก็ไม่ต้องมีอะไรที่จะต้องแสวงหา ชีวิตก็โอเคแล้ว



และทันทีที่ผมเจรจากับ บีอีซี เทโร ได้ ผมก็สามารถมองถึงอนาคตได้ว่า ลูกทีมลูกน้องผม ทุกคนปลอดภัย ดีลช็อกวงการทีวีการย้ายจากช่อง 7 มาอยู่ช่อง 3 ครั้งนี้



เริ่มต้นอย่างไร ช่อง 3 มีจีบคุณ หรือว่าคุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์เจ้านายเก่าชักชวน ผมไม่ได้คุยกับช่อง 3 ผมคุยกับ บีอีซี ซึ่งทางคุณไบรอัน มาคาร์ เราก็คุ้นๆเคยเจอกันมานานแล้ว



ได้คุยกันบ้าง อีกอย่างผมบรรยายกีฬาครั้งแรก เมื่อปี 2530 สมัยก่อน ก่อนที่จะบรรยายและมาอยู่กับช่อง 7 เคยไปบรรยายการแข่งขัน กรีฑากรังด์ปรีซ์ ชิงแชมป์โลก

Advertisement

error: Content is protected !!