Connect with us

Uncategorized

หนุ่ม อนุวัต สู้กับตัวเองจนมีวันนี้

Advertisement

หนุ่ม อนุวัต ผู้รายงานข่าวชื่อดัง พิธีกรสังกัดช่อง 7 ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดได้มีข่าวผุดขึ้นมาว่า หนุ่ม อนุวัต เตรียมโบกมือลาช่อง 7



รวมทั้งจะไปอยู่ที่ไหนก็มองว่าเป็นช่องวัน31 แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงยืนยันข่าวลือดังกล่าวจากทางช่อง 7 และช่อง 3 ออกมา



ซึ่งหนุ่มถือได้เป็นผู้ประกาศข่าวคนหนึ่งที่แม้จะมีชื่อเสียงมากมาย แต่เจ้าตัวยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายและติดดิน เจ้าตัวได้เปิดบ้านบนน้ำที่ถือเป็นบ้านในฝันของตนเอง

Advertisement



“บ้านหลังนี้เป็นความฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าฉันอยากมีบ้านริมน้ำ ตอนที่สร้างมีแต่คนถามว่า สร้างแล้วจะได้มาอยู่เหรอ เราเป็นคนที่อยากฝันแล้วทำ



ใช้ชีวิตเลย เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะอยู่ไหม เราจะเสียดายนะถ้าไปโดยไม่ได้ทำอย่างที่ฝัน จากที่ไม่ค่อยได้กลับมา กลายเป็นว่าตอนนี้ได้กลับบ้านทุกอาทิตย์



ว่างชั่วโมงสองชั่วโมงก็มา ขอให้ได้มาเห็นแม่ มาดูบ้าน ดูต้นไม้ มันก็อบอุ่นใจ การกลับบ้านกลายเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเอง บางทีทำงานทุกวันเหนื่อยมาก

Advertisement



พอกลับมาแค่ขาเหยียบถึงพื้นก็มีความสุขแล้ว” เคยเป็นหuี้ 10 ล้าน “หลังเรียนจบ ได้รับรู้ว่าที่บ้านติดหuี้เป็นสิบล้านจากการยืมเงิuมาทำตลาด



จากเด็กใช้เงิuมือเติบที่พ่อแม่ให้เงิuใช้เดือนละหนึ่งหมื่น เริ่มได้สติและพยายามหางานทำ โอกาสก็เข้ามาได้ถูกเวลาพอดี เพราะพี่ในบ.แปซิฟิกที่ได้ไปฝึกงาน



ได้ติดต่อมาให้ไปทำงานสารคดีเกษตร ตกปากรับคำทันที แม้จะมีเงิuเดือนเพียง 7,500 บ. ตั้งแต่วันที่มีงานทำ เราตัดสินใจไม่ขอเงิuที่บ้านอีกเลย

Advertisement



ทุกอย่างสอนให้เรารู้ว่าถ้าฟุ่มเฟือยจะอยู่ไม่ได้” นอกจากนี้หนุ่มยังมีสวนผลไม้และแปลงปลูกผักที่สร้างไว้ให้แม่ “แปลงผักทำไว้ตรงนี้



แม่จะได้ไม่ต้องเข้าไปตรงสวนผักอีกด้านหนึ่งที่อยู่ไกล คนในบ้านจะได้เห็นว่าแม่อยู่ตรงนี้นะ เราก็ทำสวน ตัดต้นไม้อยู่ใกล้ๆบ่ายๆก็เห็นแม่เข็นรถมาปลูกผัก



มาคุยกับไก่บ้าง ผักของแม่ก็งามจนตัดไปvายได้แล้วนะ ที่เหลือต้นเล็กต้นน้อยก็เด็ดให้ไก่กิน” ซึ่งสวนผลไม้ผสมที่นี้มีไม้ผลแทบทุกประเภท



ทั้งกระท้อน มะม่วง ชมพู่ มะละกอ มังคุด ฝรั่ง ที่ให้ผลงามขนาดที่กินไม่ไหวจนต้องนำไปvายอีกด้วย ชีวิตนี้มาไกลเกินฝัน “ไม่เคยคิดว่าจะมาไกลขนาดนี้



นี่คือเกินฝันแล้ว ถามพี่น้องได้ เขายังไม่คิดเลยว่าเราจะมีวันนี้ เราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มานั่งอยู่หน้าจอ เคยมีผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งบอกว่า



‘ขอร้องนะ อย่าออกทีวี แกผoมซะขนาดนี้ ออกทีวีมันไม่น่าดู’ เราก็บอกไปว่า ‘ผมไม่เคยคิดที่จะออกเลยพี่’ เรารู้ว่าที่เขาพูดเพราะสอนนั่นแหละ



พอวันหนึ่งทำงานที่ต้องออกหน้าจอทีวี เราก็ต้องพัฒนาตัวเอง ตอนนี้พยายามเก็บความฝันที่มี เหลืออีกหนึ่งความฝัน คือการมีร้านกาแฟเล็กๆเป็นของตัวเอง”

Advertisement

error: Content is protected !!